Always head towards

September 5, 2008

บ่นไปเรื่อย

Filed under: Diary by emotion

เหตุผลสำคัญอีกอย่าง ที่ฉันถูกเรียกตัวกลับมา หลังจากเรียนจบและใช้ชีวิตอิสระที่ต่างประเทศเองสักพัก ..ก็คือน้องชายแม่(เรียกว่าอากู๋)ต้องการคนมาช่วยงาน และเขาก็คิดว่าฉันน่าจะทำได้ แน่นะ!ว่าเหตุผลสำคัญจริงๆอีกอย่าง คือเขาไม่ต้องลงทุน ไม่เสี่ยง เพราะอย่างน้อยฉันก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าไทยที่ขายในต่างแดนอยู่พอตัว ไม่นับรวมลูกค้าคนใหม่ของเขา ซึ่งก็คือเจ้านายเก่าของฉัน

 

ฉันรู้สึกว่า แม่ฉันก็ค่อนข้างวาดฝันไว้หรูเหมือนกัน ว่าฉันจะแต่งตัวดีๆ ขับรถไปทำงานในออฟฟิตที่เปิดแอร์เย็น มีคนในโรงงานนับหน้าถือตา จะด้วยเกรงใจเพราะเป็นหลานเจ้าของ หรือจะเพราะอย่างอื่นก็สุดจะรู้ได้ แน่นอนว่าแม่ไม่ลืมสั่งสอนฉันเรื่องการปฏิบัติกับผู้อื่นดีๆ และทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เหมือนกับทุกๆครั้งที่แม่บอกก่อนฉันขึ้นเครื่องกลับไปเรียน แต่บางทีแม่คงจะลืมไปว่า ฉันใช้ชีวิตต่างแดนบนขาตัวเองมานาน นานจนพอจะรู้ว่าสิ่งที่แม่สอนบางอย่างก็ใช้กับบนโลกนี้ไม่ได้

 

อากู๋ฉันเป็นคนดี…อันนี้ฉันไม่เถียง แต่แฟนอากู๋(ให้ถูกก็ต้องเรียกว่าอากิ๋ม)…ฉันไม่แน่ใจ

 

ตอนเป็นเด็ก สมัยที่ยังอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ฉันไม่เคยลืมว่าเหตุผลที่ครอบครัวใหญ่ต้องแตกออกเป็นเพราะใคร…ถ้าไม่ใช่อากิ๋มฉันเอง และยิ่งกว่านั้นฉันก็ไม่ลืมว่าครั้งหนึ่ง อากิ๋มตีแม่ฉัน!!!! นั้นเป็นหนึ่งในหลายๆเหตุผล ที่ฉันไม่สามารถยิ้มให้ผู้หญิงคนนี้อย่างบริสุทธิ์ใจนัก

เพราะนอกเหนือจากเหตุผลข้างต้น ฉันก็ยังจำได้ดีว่า ผู้หญิงคนนี้แย่งลูกค้าของบริษัทแม่ฉันไปหน้าตาเฉย ด้วยเหตุผลที่่ว่า..เธอมีเงิน เธอคงคิดว่าเงินเนรมิตทุกอย่างให้เธอได้ แม้กระทั่งมันจะนำมาซึ่งความแตกแยกของเครือญาติของสามีเธอ แน่นอนว่าญาติฝ่ายสามีทุกคนตีตัวออกห่าง..ด้วยเหตุผลคล้ายๆกัน

อันที่จริงเรื่องก็น่าจะจบตั้งแต่ตอนบ้านใหญ่แตก ..แต่เปล่าเลย

ตอนพี่ฉันเอ็นท์ติดทันตะฯ จุฬาฯ เธอคนนี้ว่า"งานสกปรก ทำงานกับน้ำลาย"
ตอนฉันไปเรียนตปท. เธอคนนี้ว่า"เดี๋ยวจะได้มีลูกเขยฝรั่ง"

 

หลายปีผ่านไป เธอก็ยังกีดกันไม่ให้ลูกๆเธอมาสุงสิงกับญาติๆคนอื่น แม้ว่าจะเป็นวันเกิดของพ่อสามีเธอก็ตาม(หมายถึงอาก๋งฉันเอง) และแน่นอน..เรื่องของเธอก็ไม่อยู่ในความสนใจฉันเหมือนกัน 

 

ช่วงประมาณ 1ปีก่อน ผู้หญิงคนที่ว่า"ป่วย" เป็นโรคมะเร็ง ..อย่างที่รู้ๆกันว่า มันรักษาไม่หาย!! ที่ว่า"มีเงิน" ก็กลายเป็น"มีหนี้"!!

 

 

คนจีนมักจะสอนกันว่า "บุญคุณต้องทดแทน" และเติมกันอีกนิดที่ว่า "ความแค้นต้องชำระ"

 

เปล่าหรอก ฉันไม่ได้โกรธแค้นอะไรเธอ ไม่เคยจะใส่ใจด้วยซ้ำ!

แม้ว่าในวันนี้ ญาติๆที่เคยโกรธเคืองกันมา จะให้อภัยเธอ และแม้เธอจะพูดหวานกับบ้านฉันเพียงใด ฉันก็รู้ว่าฉันไม่สามารถยิ้มให้เธอได้เต็มที่ ถึงแม้ฉันจะไม่มีความแค้นอะไรก็ตาม.. แน่นอนว่าเมื่อแม่ฉันกึ่งๆขอร้อง กึ่งๆสั่ง ให้ฉันไปช่วยงานอากู๋ ในวันที่อากิ๋มไม่สบายนั้น …ฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธ และสำหรับฉันมันเป็นการแสดงน้ำใจของฉัน

 

หากแต่ว่า… ตั้งแต่ฉันไปเริ่มงาน "กำไร"คืออย่างเดียวที่เขาอยากให้ฉันทำให้ได้ จนฉันรู้สึกว่ามันเป็นการค้าขาย ที่ไม่ตรงกับฉันเอาเสียเลย

ฉันเริ่มงานโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไรก่อน-หลัง ช่วงอาทิตย์แรกๆฉันยังไปนั่งจับเจาที่แผนกธุรการ พิมพ์ดีดมั่ง พิมพ์เช็คมั่ง เดินเล่นในโรงงานมั่ง ประชุมมั่ง ..แล้วแต่จะถูกเีรียก พอทำได้ผ่านไปสักระยะ ฉันก็เริ่มเป็นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายไอที ทำตั้งแต่ถ่ายรูปสินค้าเพื่อเอาไปอัพเว็บ ตอบ-รับเมลล์จากลูกค้า ซ่อมคอมพิวเตอร์ และดูแลระบบLAN หนึ่งเดือนต่อมา ก็ไปอยู่ฝ่ายบุคคล นัดสัมภาษณ์คนมาฝึกงาน เดินคุมคนในโรงงาน รวมถึงเรียกพนักงานในLineอบรม พอนานวันเข้า ฉันก็ทำทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น รวมไปถึงการติดต่อองค์กรภายนอก รับ-ส่งลูกค้า และดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน

 

แต่แล้วฉันก็ทนทำต่อไปไม่ได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับลูกค้ารายหนึ่ง ..ความใจร้อนของอากู๋ฉัน ทำให้ลูกค้าต่อว่าต่อขานฉันมาเป็นร้อยๆครั้ง ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดฉันเลย ในตอนแรกฉันคิดว่าปัญหาน่าจะจบลงด้วยดี ด้วยการรับผิดไปเอง แต่เรื่องก็ไม่จบแค่นั้นเมื่ออากู๋โบยความผิดนั้นกลับคืนลูกค้าไป และที่สำคัญ ลูกค้าที่ว่านั้น…รู้จักฉันมากกว่าอากู๋รู้จักฉันเสียอีก บทสรุปของเรื่องนี้ แม้ลูกค้าจะไม่เอาผิดฉัน ที่ทำเขาสูญเงินไปเป็นล้านๆ แต่ก็ไม่ยอมลงให้อากู๋ สุดท้ายก็ต่างคนต่างเดิน

ใจจริง ฉันก็อยากทำงานที่นั่นไปอีกสักพัก เพราะฉันก็ค่อนข้างเข้ากับคนที่นั่นได้ไม่เลว ไม่ว่าจะคนในออฟฟิตหรือในโรงงาน ฉันก็สนิทได้หมด ..แต่พอคิดดูอีกที ถ้ามีปัญหาอย่างว่าขึ้นมาอีก ฉันก็คงโดนโบยขี้อีกแน่ๆ เพราะงั้นเผ่นเหอะ

 

แม้ปัจจุบันฉันไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว แต่ก็มักจะมีเสียงตามสาย มาให้ช่วยทำสิ่งเล็กๆน้อยๆเสมอ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง และไม่ทำฉันเดือดร้อน.. ฉันก็ยินดีช่วย 

 

(บ่นอีกล่ะ - ก็มันไม่มีไรจะอัพอ่ะ) 

 

Comments »

The URI to TrackBack this entry is: http://blogto.blogsome.com/2008/09/05/90/trackback/

No comments yet.

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment

Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>



Anti-spam measure: please retype the above text into the box provided.






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Hadley Wickham