ปาย.. ตอน เมืองแห่งความทรงจำ (1)
หลังติดReviewทริปนี้อยู่นาน ..ก็ได้ฤกษ์ซะที
"ปาย" ..อำเภอเล็กๆที่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอกในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรืออาจจะเป็น"เมืองที่เวลาเดินช้าลง", "เมืองที่ไม่มีอะไรทำ" หรือ "เมืองแห่งบรรยากาศฤดูหนาว" นี่คงเป็นคำนิยามที่ไม่ต่างจากรีวิวที่เคยได้เขียนมาก่อนหน้านี้
ครั้งนี้ที่เป็นครั้งที่3แล้วที่ฉันได้มีโอกาสไปเยือน"ปาย" หากแต่จุดประสงค์ของการไปครั้งนี้และกลุ่มคนที่ไปด้วย..แตกต่าง
คำนิยามของเมือง"ปาย" ฉันว่าสิบคนก็อาจคิดได้สิบแบบ สำหรับฉัน…"ปาย"เป็นเหมือนเมืองแห่งความทรงจำ ความทรงจำที่ฉันเลือกจะไม่ลืม และจะขอเก็บไว้ให้นึกถึง
21 ธันวา 50
ทริปนี้เกือบล่มเพราะฉัน ทำไมนะเหรอ.. เพราะฉันมั่วแต่เมาท์เรื่องกล้องกับพี่โหน่งและพี่ดาวอยู่ที่ร้านสุกี้ และตั๋วรถทุกคนอยู่กะฉัน จุดนี้ต้องขอบคุณคุณลุงแท็กซี่เหลือง-เขียว ที่พอฉันบอกแกให้ซิ่งหน่อย แกก็ไม่เกี่ยงงอนที่จะจัดให้ หุหุ
ฉันมาถึงหมอชิตตอน2ทุ่ม((ได้ข่าวว่ารถออก2ทุ่ม)) เพื่อเจอกะน้องและแฟนมัน((ชื่อมะเหม่ง)) ..โอ้ว!แฟนน้องเหม่งสมชื่อจริงๆด้วย และนี่ก็เป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบปีของฉันกะน้อง และครั้งแรกในชีวิตกะมะเหม่ง ….เรายังคงใช้บริการรถทัวร์999 VIP เหมือนคราวก่อน เพราะมันไม่ขึ้นราคา((805บาท))และที่นอนกว้างขวาง ((อาจจะไม่ถูกใจสำหรับคนไปเป็นคู่)) ฉันจำไม่ได้ว่าคืนนั้นรถทัวร์ฉายหนังเรื่องอะไร เพราะมัวแต่คิดว่า"ปาย"จะเปลี่ยนไปไหม ..เหมือนกับคนเรา และคืนแรกของทริปนี้ก็จบลงที่เบาะนิ่มๆบนรถทัวร์
22 ธันวา 50
เราเดินทางมาถึงเชียงใหม่ตอนตี5.15 โอ้ววว…ง่วงค่ะ คนเยอะมากที่ท่ารถอาเขต โดยเฉพาะที่จะไปปาย ..เห็นแถวแล้วอยากหาเสื่อปูนอนจริงๆ หลังนั่งรอ-ยืนรอ-กินรอมาครู่ใหญ่ เราก็ได้ตั๋วรถตู้ไปปายกันด้วยราคาเดิม คือ150บาท ..ฉันเริ่มรู้สึกว่าทริปนี้คุ้มค่ามาก((ทั้งที่ยังไปไม่ถึงไหน)) เมื่อรถตู้วิ่งนำเราผ่าคลื่นทะเลหมอก และใช้เวลาอีกหนึ่งอึดใจ เพื่อมาชมความงามของทะเลหมอกที่เราผ่ามาสักครู่บนยอดเขาสักแห่ง ..ถึงแม้จะไม่มีรูปถ่ายวิวที่ว่า แต่มันก็จะเป็นภาพที่ติดตาฉันไปอีกนาน
ฉันไม่ได้หลับตาลงเลยสักนาที เพราะใจกระสันอยากรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่"ปาย" และพยายามจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะรู้ว่ากว่าฉันจะได้มาเยือนปายอีก มันคงไม่เหลือเสน่ห์เดิมๆอีกแล้ว
รถตู้จอดถึงท่ารถอำเภอปาย ในช่วงสายเกือบๆ10โมง วันนี้เราจองที่พักไว้ที่Good View แต่สิ่งแรกที่เราควรจะทำคือ"หาอะไรกิน" เพราะตั้งแต่เช้ามา สิ่งที่เราทำคือ..จิบ((ซึ่งมันแตกต่างจาก"กิน")) แต่ดูเหมือนตลาดจะเพิ่งวายไป หลังงุ่นง่านอยู่สักพัก เราจึงตัดสินใจไปเช่ามอไซด์กันที่ร้านเดิมAYA ..ไม่มีค่ะ เอาล่ะสิต้องเดินหาเอา ถือเป็นอีกความโชคดีของน้องที่เอามะเหม่งมาด้วย ไม่งั้นคงไม่มีใครช่วยมันแบกกระเป๋า หลังเดินกันอยู่พักใหญ่เราเลยได้มอไซด์ที่ร้านเช่าชื่อGood View เช่ามาในราคา140บาท/วัน ออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยตรงมอไซด์มันเก่า และเครื่องยนต์ชราภาพมากๆ ..แต่ก็อย่างเขาว่า"มีดีกว่าไม่มี" แล้วเราก็มุ่งหน้าเข้าที่พักกัน
Good View.. ที่ปาย ไม่ใช่ที่เดียวกับที่เชียงใหม่และกทม. ฉันรู้สึกว่ามันโทรมไปหน่อย ตามที่จองไว้เป็นห้องพักแบบไม่มีห้องน้ำในตัวในราคา300บาท ซึ่งพอเราไปเห็นสภาพแล้วก็เกิดอาการอกสั่นขวัญแขวนกันเล็กน้อย ..ซึ่งพี่เจ้าของบ้านก็อาจจะดูรู้ เลยชักชวนให้เราไปบ้านหลังใหญ่กว่าที่มีห้องน้ำในตัว หลังจากเดินดูบ้านหลังใหญ่แล้วเราจึงตกลงขอย้ายมาที่บ้านหลังใหญ่แทน ในราคา600บาท เพราะห้องน้ำแบบOpen Airที่น้องชอบ((ช่างกล้า)) และแล้วการอาบน้ำครั้งแรกในห้องน้ำแบบOpen Airก็ผ่านพ้นไปด้วยดี บรือ…

หลังปล่อยให้น้องกะมะเหม่งสวีท เอ้ย!แอ๊บสวยกันให้พอ เราก็ได้เวลาเคลื่อนพล เราแวะไปทักทายพี่กบแห่งบ้านปายนาเล็กน้อย เพราะคืนพรุ่งนี้และคืนถัดไปเราจะย้ายมาพักที่นี่ พี่กบแนะนำให้เราไปกินส้มตำในซอยตรงข้ามโรงพัก อ่ะเชๆ.. เดินทางตามความหิวกันได้ แป๊ก..ร้านเขาปิด เราเลยโซซัดโซเซไปกินฝั่งตรงข้ามแทน ได้มาเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดและต้มเลือดหมู
เมื่ออิ่ม.. สมองก็จะเริ่มทำงาน แม้แดดจะเปรี้ยงมาก เราก็ไม่กลัวดำ… ขี่มอไซด์ไปโป่งน้ำร้อนท่าปายกัน ฉันเลือกใช้เส้นทางเล็กๆอ้อมเขา เพื่อจะได้เห็นเมืองปายอย่างกว้างๆ และที่สำคัญถ้าวิ่งบนถนนใหญ่ ฉันก็ไม่มั่นใจว่ามอไซด์ที่เราเช่ามามันจะพาเราไปรอดรึเปล่า((โดยเฉพาะเวลาขี่ขึ้น-ลงเนิน))


"โป่งน้ำร้อนท่าปาย".. หรืออีกชื่อที่เป็นทางการคือ"อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง" ตามแผนที่โลก.. ((ประเทศไทยก็พอเหอะ)) ที่นี่เป็นเขตอุทยานเดียวกันกับอุทยานห้วยน้ำดังที่เรานั่งรถผ่านมาเมื่อเช้าบนทางหลวงแผ่นดิน1095 หรือถ้าจะเปรียบกันง่ายๆก็คงต้องบอกว่า"โป่งน้ำร้อนท่าปาย"เป็นอีกด้านของ"อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง"นั่นเอง ค่าบำรุงรักษาเมื่อเข้ายังเท่าเดิมคือ20บาท..สำหรับคนไทย กิจกรรมที่ควรทำเมื่อมาโป่งน้ำร้อนที่นี่ มีอยู่หลักๆ3อย่าง คือ 1.เล่นน้ำ-แช่น้ำ ((อันนี้ฟรี แต่อย่าฉลาดไปแช่ตรงที่มันเป็นน้ำร้อนก็พอ)) 2.เดินเล่น-ถ่ายรูป ((อันนี้ก็ฟรี แต่อย่าไปปีน,ห้อยโหนต้นไม้เลยนะ อายเขา)) ส่วนที่ไม่ควรพลาดคือ 3.ต้มไข่ ((อันนี้เสียตังค์ แต่ก่อนที่จะซื้อไข่ โปรดพึงระลึกด้วยว่าจะไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหาย))

ขอให้พื้นที่ตรงนี้ "เตือน"ไปยังบุคคลผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เอาไข่ไปต้มบนแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อน กลิ่นไข่ต้มจะติดลงไปสู่น้ำเบื้องล่างที่มีคนใช้นะค่ะ และอย่ามักง่ายคิดจะทิ้งอะไรก็ทิ้ง ถังขยะเขามี ถึงไกลหน่อยก็เดินเอาไปทิ้งได้ ช่วยใช้สมองกันนิดหนึ่ง ประเทศจะได้เจริญๆ
หลังจากโดนแดดเผ่าตอนเที่ยงกันจนหน้ามึนที่โป่งน้ำร้อน เราเลยจะไปน้ำตกหมอแป่งกัน แต่เหมือนจะโชคไม่เข้าข้าง มอไซด์สภาพไม่เหมาะกะการเดินทางเอาซะเลย เราเลยลัดเลาะกลับมาแอ่วในเมืองกันต่อแทน ตามธรรมเนียมการมาปายแล้ว จะไม่เขียนโปสการ์ดก็กระไรอยู่((เหมือนเป็นคำนิยามของเมืองปายไปแล้ว สำหรับการเขียนโปสการ์ด)) ก็เลยเอาสักหน่อยที่ร้านเดิม"มิตรไทย" ซึ่งโอ้ววว..คนแน่นเหลือเกิน น้องว่า"เขาขายจนรวยเลยว่ะแก" ซื้อเสร็จเลยเผ่นไปหาของเย็นๆกินฝั่งตรงข้าม"All About Coffee" ..เอาเหมือนเดิมค่ะ แต่เหมือนราคาจะเว่อร์ไปไหมค่ะ น้ำส้มปั่นธรรมดาๆ แก้วล่ะ40กว่าบาท -*-

หลังอิ่มแล้ว ตาก็ปรือ แดดก็เปรี้ยงๆขนาดนั้น เราเลยตัดสินใจกลับที่พักหลบร้อนและผู้คน น้องกะมะเหม่งหนีไปจู๋จี้((หลับได้ตายมาก))กันบนศาลา ส่วนฉันก็นั่งเล่นหน้าบ้านดีกว่า เพราะกลัวจะเป็นก.ข.ค.มากไปกว่านี้ คิกๆ

5โมงเย็น แดดหายไปแล้ว กระเพาะเราเริ่มทำงานกันอีกครั้ง ฉันถามน้องเผื่อมันมีไอเดียดีๆสำหรับมื้อเย็นที่จะมาถึง น้องว่านึกไม่ออกแต่อยากกินผักกาดขาวหวานๆมากเลย ((ฉันว่าผักกาดขาวคงเป็นอย่างเดียวที่มันจำได้ ตอนมาปายกะฉันครั้งแรก)) สรุป..มื้อเย็นนั้นเราเลยกลับไปกิน"ส้มตำหน้าอำเภอ"กันอีกเช่นเคย คุณป้ายังคงมีครก5อันเหมือนปีก่อน แปลว่าฝีมือแกยังดีอยู่ และเราก็กลายเป็นลูกค้าคนสุดท้ายของที่ร้าน เพราะหลังจากนั้นแกไม่ขายแล้ว ((แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า ป้าเอ็นดูนะเนี่ย ไม่งั้นคงอดแดกกัน)) ..คล้ายๆจะหมดแรงเพราะการเดินทางมาถึงปายวันแรกและไม่รู้จะทำอะไร เราเลยไปเดินเล่นกัน พร้อมโรตีร้อนๆกับอากาศหนาว((บวกบรรยากาศแหล่มๆ)) และเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันเลือกตั้ง แอลกอฮอลล์เลยไม่มีจำหน่าย .."เซ็งว่ะ"น้องย้ำ ก่อนที่จะได้เดินเล่นเพื่อหาโซดามาชงคืนนี้ และปิดท้ายที่"Red"..มะเหม่งจิกป๊ามาจากที่บ้าน
((ไม่ต้อง))เดาเลยว่าจะมีคนเมารึเปล่า หึหึ
(กรุณาติดตามตอนต่อไป)
ปล.กรุณาที่อาจหมายถึงชื่อบุคคล คิกๆ

ชั้นเข้าใจว่า…ที่แกบอกว่าจะเอารูปชั้นลง
เน้นย้ำว่า เอาลงได้ “รูปที่ชั้นสวย”
กรี๊ดดดด นังป๊อบคอร์น รูปนี้ชั้นสวยตรงไหน??
เสียพิคเจอร์หมด ฮ่วย - -*
Comment by น้อง — January 21, 2008 @ 6:10 am