Always head towards

October 26, 2007

เงิน = การมีชีวิต

Filed under: Diary by emotion

ครั้งหนึ่ง เพื่อนฉันเคนเขียนBlogของมันว่า ดอกไม้ = เงินที่รอวันเหี่ยวเฉา

แต่วันนี้ ฉันเริ่มมองเห็นว่า เงิน ก็คือ การมีชีวิต..

ฉันไม่ได้บอกว่า "เงินคือทุกอย่างในชีวิต" มันก็คงเป็นปัจจัยภายนอก(อย่างที่หลายๆคนพูดถึง) หากแต่ถ้าถามว่า "ถ้าไม่มีเงิน แล้วจะอยู่ยังไง"
..ขอพ่อ-แม่ ขอเพื่อน ขอแฟน หรือขอกิ๊ก …หรือว่า ไม่ขอ รวยอยู่แล้ว

ฉันเริ่มเห็นสัจจะความจริง(ที่ไม่ใช่สัจจะธรรม)ว่า ถ้าเราไม่มีเงิน เราอาจมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก

"เงิน"อาจจะไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี 
..เหมือน ความรัก
ที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่มีแล้วก็..ดีใจ ((เกี่ยวไรว่ะเนี่ย))

October 17, 2007

บริษัทประกันแย่ๆ

Filed under: Diary by emotion

จากอุบัติเหตุวันนี้ คำสรุปของเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้ฉันหงุดหงิด อารมณ์ และ บลา…บลาๆ(อีกมากมาย)

"ในกรณีแบบนี้ คุณผิด"..คือคำสรุปของเจ้าหน้าที่ประกัน หลังฟังฉันเล่าเหตุการณ์อุบัติเหตุจบ ..นอกจากอากาศร้อน ฝุ่นตลบ และเสียเวลาในการรอประกันมาเกือบชั่วโมง นี่เป็นประโยคแรกที่ฉันได้ยินจากบริษัทประกัน  มันช่างเป็นข้อสรุปที่ฟังไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

ตอนเกือบๆจะบ่ายโมง ฉันขับรถออกจากที่ทำงานไปบ้านญาติซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก ถนนเป็นทางสวนกันไป-มา1ช่องทาง ซึ่งฉันจำเป็นของเลี้ยวขวาเพื่อเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ระหว่างนั้นฉันเปิดไฟขอทางเลี้ยวขวา และรถข้างหน้า(ซึ่งก็คือเลนส์ที่ฉันต้องตัดผ่าน)ก็หยุดให้ฉันแล้ว พอฉันเลี้ยวได้ประมาณหัวรถ มอไซด์ซิ่งวิ่งมาจากทางซ้ายของรถคันที่จอดให้ฉันผ่านไปก่อนก็พุ่งชนประตูแถวสองด้านข้างคนขับอย่างจัง "โครม!!!" มอไซด์ล้ม ฉันเปิดประตูวิ่งไปดูเพราะกลัวคนขี่จะบาดเจ็บ เขาลุกขึ้นและพยุงมอไซด์เขาขึ้น ฉันดูจนแน่ใจว่าเขาไม่เป็นไรแล้วชวนเขาให้ย้ายรถออกจากถนนก่อน แน่นอนฉันโทรบอกพี่สาวฉัน(กันเหนียว)แล้วจึงโทรแจ้งประกัน คนขี่มอไซด์บอกฉันว่าเขาไม่เป็นไร แต่รถเขาไม่มีประกัน ฉันมองดูเขาแล้ว เดาว่าคงเป็นMassengerธรรมดา เลยไม่ติดใจเอาเรื่อง เพราะใจจริงฉันก็ว่าฉันก็ผิด แต่คนขับมอไซด์ก็ไม่ถูก ฉันถามเขาว่ามีธุระด่วนรึเปล่า เพราะฉันจำเป็นต้องแจ้งประกันก่อนซึ่งเดาว่าคงกินเวลาแน่นอน เขาตอบไม่เป็นไร เมื่อคุยกันได้จึงไม่ได้มีการแจ้งความกัน และเมื่อประกันมา ฉันก็ไม่ได้ต่อว่าที่ฉันต้องเสีบเวลารอนาน ((ช่างผิดกับเวลามาเก็บเงินค่าประกันดีแท้)) หากแต่คำพูดที่เขาพูดสรุป((โดยอ้างว่าถ้าเรื่องถึงตำรวจ ตำรวจก็ต้องพูดแบบเขา))นั้นทำฉันฉุนกึก และแน่นอนเขาเขียนลงในบันทึกข้อความแบบนั้นด้วย

อย่างที่บอก ฉันก็ยอมรับว่าฉันผิด แต่ฝ่ายมอไซด์ก็ไม่ถูกเช่นกัน ในขณะที่ฉันเลี้ยว รถคันหน้าจอดรอให้ฉันเลี้ยวผ่านไปก่อน แต่มอไซด์ที่ออกมาทางซ้ายกลับขี่มาอย่างเร็วและเบรครถไม่ทัน และชนรถฉัน ฉันเกิดคำถามทันที ..เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าเราเห็นรถคันหน้าเราเบรค เราก็ต้องเบรคตามอยู่แล้ว แล้วนี่ทำไมมอไซด์ถึงไม่เบรค และจุดที่เขาขับมอไซด์มาชนก็เป็นบริเวณแถวสองของที่นั่งของรถฉัน ซึ่งนั้นก็แปลว่าฉันเลี้ยวมาก่อนที่เขาจะมาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว ทำไมพนักงานจากบริษัทประกันไม่ถามมอไซด์ด้วยว่าเขาขี่มาด้วยความเร็วเท่าไหร่ เขาวิ่งมาตามช่องทางไหน ..แต่กลับมาสรุปว่าฉันผิด

หลายๆคนปลอบฉันว่า"แบบนี้แหละ รถใหญ่ผิดเสมอ" คงต้องถามผู้ใช้รถใช้ถนนดูว่า"ปัจจุบันมอไซด์ขี่กันน่ากลัวขนาดไหน" ขี่กันปาดหน้าซ้าย-ขวาตลอด พอเกิดอุบัติเหตุก็มาเรียกร้อง ฉันไม่ได้บอกว่าคนขับรถไม่น่ากลัว คนขับรถยนต์บางคนก็มีพฤติกรรมการขับขี่แย่ๆ และในขณะเดียวกันคนขับขี่มอไซด์หลายๆคนก็ขับขี่ตามกฎจราจร

ลองคิดกลับกันมั่งว่า ถ้าฉันเป็นฝ่ายวิ่งตรงมา แล้วมอไซด์เป็นฝ่ายเลี้ยวขวา แล้วฉันชนมอไซด์เข้า ฉันจะผิดอีกรึเปล่า ..คำตอบไม่น่าจะคิดยากเลย "ผิด"อีกแหง่ๆ ถ้าไม่ว่ากรณีไหนๆรถใหญ่ก็ผิด งั้นเราก็เปลี่ยนมาใช้รถที่มันเท่ากันทั้งประเทศไหมล่ะ

 

และการที่บริษัทมาสรุปเอาห็วนๆ ทั้งๆที่ฉันเป็นลูกค้าเขา แบบนี้แล้วฉันควรทำประกันกับบริษัทนี้ต่อไปไหมล่ะ…

October 14, 2007

อยากรู้…แต่ไม่อยากถาม

Filed under: Diary by emotion

อยากรู้…แต่ไม่อยากถาม เป็นชื่อเพลงประกอบภาพยนต์เกย์เพลงหนึ่ง

"เพราะดี"..เป็นข้อสรุปของฉัน ที่เกี่ยวกับเพลงนี้ แต่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเกย์ที่ว่า

 

"อยากรู้…แต่ไม่อยากถาม" คล้ายๆว่าจะเป็นอุปนิสัยที่ฉันเริ่มจะติด ซึ่งฉันว่าจริงๆมันไม่ดีเท่าไหร่
ฉันอยากรับรู้เรื่องของเพื่อน แต่ฉันก็คงเสียใจ ถ้าหากว่าฉันถามมัน แล้วมันตอบฉันกลับมาว่า"เรื่องส่วนตัวของกรู" เพราะไม่อยากจะต้องเสียความรู้สึกอย่างที่ว่า ฉันจึงได้แต่หวังว่าคงมีวันที่มันอยากเล่าให้ฉันฟัง โดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยปากถาม แต่จนแล้วจนรอด มันก็ยังคงไม่เคยปิปากเล่่าอะไรให้ฉันฟัง

ถึงวันนี้ ฉันเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรามันยิ่งห่างกันไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เราเคยคุยกันได้ทุกเรื่อง มันอาจจะเป็นความผิดของฉันก็ได้ ที่ไม่เอ่ยปากถามมาซะตั้งแต่ตอนนั้น ปล่อยให้ความเป็นเพื่อนของเราห่างไกลกันออกไป

 

ฉันอยากบอกว่า"ฉันคิดถึงแกว่ะ"






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Hadley Wickham