South Coast - Snowy Mt. - (1)
หลังจากติดReviewทริป"หนีเที่ยว"นี้อยู่นาน วันนี้ก็ได้ฤกษ์มาเขียนซะที จะว่าไปทริปนี้ถูกวางแผนล่วงหน้ามาเป็นเดือน แต่ก็ไม่มีอะไรชัดเจน จนกระทั่ง30ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง
เรา ((หมายถึงฉัน พี่ดาว และพี่โหน่ง)) ตกลงกันว่าให้ทุกคนเลือกจุดหมายที่จะไปได้คนล่ะหนึ่งวัน เพราะงั้นทริป3วันเราจึงเริ่มขึ้น…
วันที่ 11 กรกฎา..
ล้อหมุนตอนเกือบๆ 8โมงเช้า พร้อมอุปกรณ์ประกอบอาหาร เสบียง และเสื้อผ้านิดหน่อยเต็มหลังรถ ((ฉันว่าค่อนไปทางเสบียงอาหารนี่แหละ หุหุ)) จุดหมายปลายทางของวันนี้คือ Australia War Memorial ที่เมือง Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศAustralia เราเลือกใช้เส้นทาง M5 โดยระหว่างทาง เบรครถเกิดอาการงอแง้ขึ้นในระหว่างที่ขับผ่านบ้านเก่าฉัน เราจึงแวะซ่อมเบรคกันแถวนั่น
9.30น รถซ่อมเสร็จ เตรียมพร้อมออกเดินทางสู่กรุงCanberraได้ ฉันเริ่มงัดเสบียงมาแบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นCollon ขนมปัง คุ๊กกี้ และปลากรอบ พี่ดาวว่าเอาสตอเบอรี่ กะSeafood Salad มากินด้วย ส่วนพี่โหน่งขอเสริมทัพด้วยเป๊ปซี่แบบไม่เย็น

เที่ยงกว่าๆ เราขับมาถึงCanberraกัน แวะหาข้อมูลเที่ยวที่ Visitor Center กันนิดหน่อย ก่อนจะไปแลกเหรียญที่ระลึกของเมืองมา ด้วยราคา 2 ดอลล์ ((พี่โหน่งว่า ไม่เห็นจะนิดเลย เพราะเห็นฉันกับพี่ดาวขนโบรชัวร์ออกมาคนล่ะตั้ง …ก็แหม!ของมันแจกฟรี)) หลังจากนั้นเราก็แวะหาอาหารเข้าท้องที่ Shopping Center ใจกลางเมือง และเหมือนเราจะลงความเห็นว่านี่อาจจะเป็นอาหารมื้อที่ดีที่สุดในทริปนี้ (รึเปล่า)
Cenberra แม้จะเป็นเมืองหลวง แต่ก็ดูเงียบ สงบ และเล็ก เมื่อเทียบกับSydneyและMelbourne ในตัวเมืองที่มีจอดจักรยานเรียกว่าแทบทุกมุมถนน ผิดกับซิดนีย์ ที่ไม่มีหรือหากมีก็อาจจะเหลือแต่โซ่ไว้ให้เราดูต่างหน้าแทนจักรยาน
บ่าย2แก่ๆ เราก็มาถึงแล้ว Australia War Memorial พี่โหน่งทำหน้าที่ประหนึ่งไกล์ท่องเที่ยว บอกว่า"สาเหตุที่Australia War Memorial ตั้งอยู่ตรงกับ Parliament House ที่ทำงานของรัฐบาล คือ เอาไว้เพื่อเตือนใจรัฐบาล ในการตัดสินใจใดๆเกี่ยวกับชาติ"


สำหรับฉัน ฉันว่า Australia War Memorial ก็คือๆกับอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ที่รวบร่วมประวัติศาสตร์ของชาติไว้ด้วยกัน เป็นเสมือนเครื่องเตือนใจ และความรู้ให้คนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นใหม่ ภายในเต็มไปด้วยข้อมูลความเป็นมาของชาวออสเตรเลียในช่วงสงครามโลกครั้งที่1และ2 ฉันเห็นว่าคนออสซี่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้มาก เพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างตั้งอกตั้งใจจะเดินอ่านข้อมูลเกี่ยวกับชาติของตน


หากยังจำกันได้ ประเทศไทยของเรา ก็มีส่วนร่วมในสงครามโลกครั้งที่2ด้วยเช่นกัน ฉันค่อนข้างแปลกตาแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับประเทศตัวเองในพิพิธภัณฑ์ของชาติอื่น

หากพูดถึงสงครามโลกครั้งที่2แล้ว สิ่งแรกที่ฉันจำได้คือ"ละครเรื่องคู่กรรม" เมื่อครั้งป๊าเบิร์ดเล่นกับพี่กวาง กมลชนก ..จำได้ว่าป๊าเบิร์ดเล่นเป็นทหารญี่ปุ่น นามว่า"โกโบริ" ส่วนพี่กวางรับบทสาวไทย "อังสุมาริน" ((อยากจะตบมือดังๆ ให้ความจำอันดีเลิศของตัวเองซะจริงๆ ฮ่าๆ))

แน่นอนว่า ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในสงครามโลกครั้งที่ 2 ((ขอไม่เขียนรายละเอียด ด้วยเกรงว่าอาจจะเล่าไม่ถูก ทีนี้จะหน้าแตก หมอไม่รับเย็บ -*-)) ด้วยเป็นประเทศริเริ่มสงคราม และแน่นอนว่าหลังโดนอเมริกาปล่อยระเบิดลงเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นก็กลายเป็นผู้แพ้สงครามในทันที



ฉันมองว่า Australia War Memorial ทำได้ค่อนข้างดีทีเดี๋ยว และอยากให้ประเทศไทยของเราได้มีเช่นนี้บ้าง ..อยากให้คนไทยทุกคนได้รับรู้ความเป็นมาของชาติ หวงแหนในชาติอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเขา รักชาติยี่งชีพ และเข้าใจว่าบรรพบุรุษของเราต้องเสียสละมากเพียงใด เพื่อให้เรามีแผ่นดินของเราเช่นทุกวันนี้
เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงที่นี่ ก่อนพี่ดาวจะเสนอพาฉันไปชมทิวทัศน์รอบๆเมืองที่ Mount Ainsile ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปที่พักของเราที่ Berriale ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองCooma ไปราวๆหนึ่งชั่วโมง
ที่พักเราชื่อ Southern Cross Motor Inn ถือเป็นโมเต็ลระดับ3ดาว ที่ค่อนข้างดีและไม่แพงเลยล่ะ การบริหารเป็นไปแบบครอบครัว ทำให้แขกไม่อึดอัด และบริเวณก็กว้างขวางด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าอุปกรณ์สำหรับไปเล่นหิมะด้วย
…แม่นแล้ว วันรุ่งขึ้นเราจะมุ่งหน้าสู่ Snowy Mountain เพื่อไปเล่นสกี
((โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป))
