South Coast - Snowy Mt. - (2)
หลังจากทำการเช็คอินที่พัก ที่พี่ดาวจองไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ลองอุปกรณ์สกีกันต่อ ในบรรดาเราสามคน ความชำนาญเกี่ยวกับสกีเท่ากันคือ"ศูนย์" ฉันว่าพนักงานที่เดินมาถามเราคงจะรู้ จึงถามเราก่อนเลยว่าเราจะเล่นอะไร เราเลยตอบเขาไป(แบบไม่คิด)ว่า"เล่นสกี((ล่ะกัน))"
ในความเป็นจริงมีกิจกรรมหลายอย่างมากที่หิมะที่เราสามารถเลือกทำได้ แต่ในที่นี่ฉันขอแบ่งมันเป็น3หมวดย่อยๆก็แล้วกัน
1.เล่นสกี
2.เล่นสโนว์บอร์ด
3.เล่นหิมะ
เวลาที่เราพูดถึงสกี มันจะหมายถึงไม้ไอติมยักษ์คู่((เพราะมันจะเรียว ยาว และมีสองอัน)) แต่ถ้าพูดถึงสโนว์บอร์ด มันจะเหมือนไม้ไอติมแม็คนัม ((ที่มันอันใหญ่ๆ กว้างๆ และมีเพียงหนึ่งอัน)) ส่วนหิมะ อาจจะหมายถึงการเดินไปเหยียบหิมะเล่น เพื่อแสดงว่า"ข้ามาได้เหยียบหิมะแล้วเฟ้ย" หรืออาจจะลองไปเล่น Tobaggan ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเหมือนถาดพลาสติกขนาดใหญ่ เอาไว้นั่งไถลลงมาจากเนิน ((จะคล้ายๆกับที่เมืองหิมะแห่งดรีมเวิล์ด บ้านเรา)) ..กรุณาดูรูปปลากรอบ ((ประกอบ))

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นสกี เราจึงเริ่มต้นด้วยการหารองเท้าสกี ..หลังจากลองใส่เดินดู ฉันว่ามันหนัก(หนาสาหัสกว่าใส่รองเท้าเล่นไอซ์ซะอีก) หลังจากนั้นเราก็ไปลองกางเกง ศัพท์ของมันคือ Pants ที่แปลเหมือนทั่วๆไป และตามต่อด้วย Parka ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของทางสกีเขา จริงๆก็คือแจ็คเก็ตดีๆนี่เอง และสุดท้ายคือตัวสกี ..มีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง เพื่อหาสกีที่เหมาะสมกับตัวเล็กน้อย ((ช่วงนี้ฮ่าแตกมาก เมื่อเราค้นพบว่าพี่ดาวน้ำหนักเท่ากับพี่โหน่ง ..อย่าให้บอกเลยว่าเท่าไหร่ อิอิ))
หลังจากเราได้อุปกรณ์สกีสำหรับวันรุ่งขึ้นแล้ว เราจึงเข้าที่พักกัน เป็นห้องเคบินธรรมดา ที่สามารถนอนได้ถึง5คน มีครัวเล็กๆไว้ให้ด้วย มื้อค่ำมื้อนั้นถือว่าเป็นมื้อแรกของฉัน สำหรับเมนูอาหารที่พี่โหน่งและพี่ดาวแนะนำ …มันคือ โจ๊กใส่มาม่า ((-*- แปลกใจมากเลย))
12 กรกฎา…
เราตื่นนอนกันแต่เช้าตู่ 7โมงกว่าๆ พี่โหน่งชักชวนฉันออกมาถ่ายรูป เพราะในฤดูหนาว มันจะสว่างช้า ฉันก็เบลอๆ งงๆ งัวเงียๆ เดินไปหยิบลูกD80ที่รักมา ถ่ายมาหนึ่งภาพก่อนล้มตัวลงนอนบิดขี้เกียจอีกสักแป๊บหนึ่ง

8โมงเช้า ล้อหมุน เราแวะเติมน้ำมันกันก่อน ถือเป็นถังที่2ที่เติมมา เจ้าของปั๊มท่าทางใจดีถามฉันว่ากำลังจะไปสกีเหรอ เขาบอกว่าน่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษคงถึงและขอให้สนุก จุดหมายปลายทางของวันนี้คือ Snowy Mountain หรือ Perisher Blue นั่นเอง ส่วนเส้นทางของเราจะผ่าน Jindabyne ซึ่งพี่โหน่งและพี่ดาวว่าเราจะมาแวะตอนขากลับ
หลังขับรถ และนั่งหนาวกันในรถมาได้ชั่วโมงเศษ เราก็มาถึงแล้ว Kosciuszko National Park อาจจะเนื่องด้วยเป็นช่วงที่มีคนมาเยอะ จึงมีการเก็บค่าธรรมเนียมกันเล็กน้อย 27เหรียญต่อ1วัน แล้วเราก็จะสติกเกอร์ข้างล่างนี้มาแปะ แสดงว่า"เสียตังค์แล้ว"

หลังจากนั้นเราก็จะขับรถขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อไปเล่นสกี สองข้างทางเริ่มปกคลุมด้วยหิมะ ((แหมๆ อยากจะกรี๊ดๆ)) และแล้วเราก็มาถึงแล้ว Perisher - Snowy Mountains

เรามาถึงลานสกีประมาณ 9โมงกว่าๆ ทันทีที่จอดรถเราก็แปรงร่างกันทันที เหมือนกับหลายๆคนที่งัดอุปกรณ์สกีกันออกมาจากท้ายรถ หลังจากอยู่ในชุดสกีกันเรียบร้อย เรารู้ได้ทันทีว่าตัวเราพอง พอง และรองเท้าสกีก็เดินยาก(โคตร)มาก แต่ที่หนักไปกว่านั้นคือการเดินแบกสกีและไม้Pole เข้าสู่ลานสกี
เพราะเรามีประสบการณ์สกีกันสูงมากกกก((ประชด)) เราจึงตัดสินใจซื้อตั๋วสำหรับขึ้นลิฟท์สกีพร้อมกับเรียนสกีด้วย3ชั่วโมงครึ่ง ด้วยราคา 135เหรียญต่อคน หากแต่เรามาไม่ทันภาคเช้า เราเลยต้องรอเรียนภาคบ่ายแทน ..เอาล่ะสิ เล่นก็ไม่เป็น จะทำยังไง???
"ด้านได้ อายอด" เป็นสำนวนที่ใช้ได้เสมอ เราจึงใช้วิธีแอบดูคนอื่นว่าเขาเล่นกันยังไง พี่ดาวประเดิมการกลิ้งบนหิมะเป็นคนแรก ตามต่อมาด้วยฉันและพี่โหน่ง หลังสะบักสะบอมกันเองอยู่นาน ก็ได้เวลาพักเที่ยง เราหาของกินกันแถวนั้น พี่ดาวว่าHot Chocolateอร่อยมากกกกก และเราก็ไปเข้าเรียนสกี(บทแรกของชีวิต)

ใจจริงฉันอยากเราให้ฟังนะว่าเรียนอะไรไปบ้าง แต่จำไม่ค่อยได้แหะ เพราะเหนื่อย(Shift-หาย) เรียกว่าหมดแรงเลยอาจจะถูกว่า ฉันเอาเจ้าD80แอบไว้ในรถ เพิ่งจะชักมันมาถ่ายตอนจะกลับนี่แหละ หลังจากเราเล่นกันจนหมดแรงไปตามๆกัน พี่โหน่งแนะว่าเราควรกลับได้แล้ว เพราะจะแวะเที่ยว Jindabyne กันอีก เดี๋ยวมันจะมืดซะก่อน

เรากลับลงมาจาก Perisher ราวๆ4โมงเย็น มาแวะถ่ายรูปกันที่ Lake Jindabyne กันเล็กน้อย ก่อนจะแวะไปเยือนบ้านDon ที่ๆทำให้เราสมารถเห็นจิงโจ้ตัวเป็นๆ ((หมายถึงที่มันไม่ได้อยู่ในกรง อยู่ในสวนสัตว์)) กระโดดผ่านไปผ่านมาตลอดทาง ..เสียดายที่ฉันถ่ายรูปมันไว้ไม่ทัน มันเล่นตัว ไม่ให้ถ่าย ชิ..


เรากลับถึงที่พักตอน 5โมงครึ่ง พร้อมคืนอุปกรณ์สกี และเก็บของ ก่อนจะออกไปดินเนอร์กันในMotel และในระหว่างรอฉันก็เลยชักชวนพี่โหน่งเล่นPool …ติดใจเลยแหะ ดินเนอร์มื้อนี้เป็นBBQ ที่เราไปยืนย่างกันเอง สนุกดี ทีแรกเรากะจะมาเล่นPoolกันต่อ แต่โต๊ะไม่ว่างเลยกลับมานอน และคิดแผนสำหรับวันรุ่งขึ้น คืนนี้หลับ..เป็นตาย -_-zzz
((โปรดติดตามตอนต่อไป))













