Always head towards

April 25, 2007

หยุด - Monotone

เพิ่งได้ฟัง เพราะดี และที่สำคัญ"โดน"

เป็นเพลงแบบไม่เน่า ฟังแล้วต่อมน้ำตาไม่ต้องทำงานหนัก((หรือว่าจริงๆแล้วต่อมอาจจะทำงานไม่ได้)) ทำนองสบายๆ ไม่โหยหวนเกินไป ลองไปหาฟังกันดูนะ

 

หยุด - Monotone

วันคืนยังหมุนยังเวียนและผ่าน มองไปทางไหนอะไรก็เปลี่ยน ผู้คนรอบๆกายต่างเข้ามาแล้วก็หายไป คงเหลือเพียงฉันคนเดียวที่หยุดที่เก่า และในวันนี้ก็ไม่เหมือนก่อน ต้องนอนเหงาๆกับความว่างเปล่า เคยมีเธอข้างๆกาย แต่วันนี้เธอก็หายไป คงเหลือเพียงฉันคนเดียว ที่หยุดตรงนี้

เธอ..หยุดฉันไว้ตรงที่เก่า ปล่อยฉันให้จ่มกับความหนาวของหัวใจ แล้วเธอก็ทิ้งฉันไว้ ทุกสิ่ง..ระหว่างสองเรายังเหมือนเคย ไม่อาจลบเลือนเธอจากใจฉัน..ได้เลย โลกยังคงหมุนไป แต่ฉันยังคงหายใจ..อยู่ที่เดิม

เธอและท้องฟ้าน่าจะเหมือนเก่า แต่ในวันนี้ก็ยังดูเปลี่ยน แค่เธอเท่านั้นเอง เปลี่ยนโลกฉันทั้งใบ คงเหลือเพียงฉันคนเดียวที่หยุดตรงนี้

เธอ..หยุดฉันไว้ตรงที่เก่า ปล่อยฉันให้จ่มกับความหนาวของหัวใจ แล้วเธอก็ทิ้งฉันไว้ ทุกสิ่ง..ระหว่างสองเรายังเหมือนเคย ไม่อาจลบเลือนเธอจากใจฉัน..ได้เลย โลกยังคงหมุนไป ก็ฉันยังคงหายใจ..อยู่ที่เดิม

แล้วเธอก็ทิ้งฉันไว้ตรงนี้ อยู่กับตัวฉัน อยู่กับความหนาว..

April 19, 2007

ขอบคุณ.. ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข

Filed under: Diary by emotion

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะเขียนเล่าเรื่องนี้ยังไงดี ..ฉันกำลังยิ้ม ยิ้มให้กับข้อความที่ฉันได้รับเมื่อวานนี้จากใครคนหนึ่ง ฉันรู้สึกขอบคุณเขานะ ขอบคุณมากๆ

เขาไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดฉันหรอก แต่เขาเป็นคนให้มุมมองและความคิดดีๆกับฉันเสมอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ฉันรู้จักเขาจวบจนปัจจุบัน ฉันว่ามันคงเกิน10ปีแล้วล่ะ ..เขาเป็นใครสักคนที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ..เขาเป็นใครสักคนที่รู้ว่าฉันจะเลือกทำสิ่งดีดีเสมอ ..เขาเป็นใครสักคนที่มีค่ากับฉัน((และคนอื่นๆ))

ข้อความที่เขาส่งมาเมื่อวาน ช่วยลบรอยด่างดำเล็กๆในใจฉันไปทันที…

ตอนนี้ฉันอยากบอกเขาจากส่วนลึกในใจว่า "ขอบคุณนะค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง และขอบคุณความรักแบบไม่มีเงื่อนไข" ^^

 

April 18, 2007

คิดๆ

Filed under: Diary by emotion

ในชีวิตนี้ คนเรามีเรื่องต้องตัดสินใจกันกี่ครั้ง ..แปลกนะ ที่ยิ่งเราโตขึ้น เรื่องที่ต้องตัดสินใจก็มากขึ้นไปด้วย

ตอนเป็นเด็ก เวลาเราตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ซื้ออะไรสักชิ้น หรือเรียนวิชาอะไร ..การตัดสินใจของเรา มักขึ้นกับความเห็นของพ่อแม่ ผู้ใหญ่เป็นหลัก

 

แล้วตอนนี้ล่ะ ..เวลาที่เรา บอกตัวเราเองว่า "เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว"
เราใช้อะไรประกอบการตัดสินใจ "เหตุผล" - "อารมณ์" แล้วไอ้สองอย่างที่ว่า มันเป็น"ของเรา" หรือ "ของคนอื่น"
และในบางที เราก็อาจจะต้องกลับมาถามตัวเองว่า "เราเป็นผู้ใหญ่แล้วเหรอ"

 

ช่วงนี้ สมองของฉันกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อคำนวณหาผลลัพท์ที่ดีที่สุดและพอใจที่สุดในเรื่องของอนาคต เรื่องที่ว่าคือการสมัครPRของออสเตรเลีย

PR ย่อมาจาก Permanent Resident คือการขอสิทธิ์เป็นประหนึ่งประชาชนที่นี่ ได้ทำงานfull-timeอย่างถูกกฏหมาย และต้องจ่ายภาษีอย่างถูกกฏหมายด้วย ((-*-))

ฉันเริ่มชั่งใจ เมื่อคำนวณถึงจำนวนเงินที่ฉันจะหาได้ ..เงินจำนวน 30000บาท ถ้าอยู่เมืองไทย เราต้องทำงานกันเท่าไหร่เพื่อเงินจำนวนนี้ แต่กลับที่นี่ ฉันสามารถหาเงินจำนวนนี้ได้ ภายในเวลา2อาทิตย์ ด้วยงานกรรมกรที่ฉันทำอยู่ แบบสบายๆด้วย

อีกอย่างที่ฉันมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ คือความเป็นอยู่ ..โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการ คงไม่ต้องให้ฉันอธิบายหรอกนะว่าที่ออสเตรเลียเป็นไง แล้วที่เมืองไทยเป็นไง

แต่ที่สำคัญที่สุด คือ "ความสบายใจ" อยู่ตรงไหนสบายใจก็ควรเลือกจะอยู่ตรงนั้น จริงไหม

 

ส่วนตอนนี้ขอฉันไปนั่งชั่งน้ำหนักก่อนล่ะกัน ว่าจะเอาไงดี มีเวลาคิดอีกแค่1เดือนเท่านั้น -*-

April 11, 2007

ยิ้มออกไหม หัวเราะออกไหม

Filed under: Diary by emotion

สืบเนื่องจากentryก่อนหน้า "ว่าฉันจะหนีเที่ยว" ..ก่อนคืนวันที่ฉันจะโดดงาน พี่ที่บ้านชักชวนให้ดูหนังเรื่องหนึ่งที่พี่เขายืนยัน นอนยันว่าดี๊..ดี ให้ฉันดู โอเคอ่ะ กำลังขี้เกียจ นอนดูหนังกับพี่ๆเขาจะเป็นไร

หนังที่ว่า คือ "Elizabethtown" มีหนุ่มหล่อOrlando Bloomเล่นเป็นพระเอกด้วยนะจะบอกให้ ((นึกถึงหนุ่มผมสีขาวยาว..ยาว ถือคันธนู และยิงธนูแม่นซะยังกะจับวางใน Lord of the ring สิ ..อ๊ะ อย่าทำท่าน้ำลายหกแบบนั้น)) ส่วนนางเอกของเรื่องคือ Kirsten Dunst

หนังดำเนินเรื่องอย่างง่ายๆ แต่ชวนให้ติดตาม และเพราะเป็นหนังแบบฉบับของHolly Wood จึงไม่ต้องเดาว่าหนังจะจบแบบไหน ..หนังใช้ตัวพระเอกเองเป็นตัวดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ โดยมีนางเอกโผล่เข้ามาเป็นส่วนเติมเต็มในบางฉาก และนางเอกกับเป็นส่วนเติมเต็มของหนังได้อย่างไม่ขาดไม่เกินเลย

ฉันรู้สึกว่าHollyWoodชอบทำหนังแนวนี้นะ ((เอาจากประสบการณ์ที่ดูมา)) ประเภทให้ตัวเอกของเรื่องประสบความสำเร็จอย่างสุดๆ แล้วก็มาตกม้าตายทีหลัง ((ฉันหมายถึงล้มเหลว หรือโดนไล่ออกนะ ไม่ได้หมายความว่าเขาตกม้าตายจริงๆ)) แล้วก็มีอะไรสักอย่างทำให้มาเจอกับอีกคน ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป มุมมองชีวิตเปลี่ยนไป เหมือนเจอสิ่งที่เติมเต็มชีวิตแล้ว ..อะไรประมาณนั้น

ในหนังElizabethtown ในมุมมองของฉัน ฉันว่าพระเอกก็เหมือนPackageของคนในแบบคนเมือง ที่ยึดตัวเองเป็นหลัก ส่วนนางเอกก็เป็นPackageในแบบฉบับของคนตจว. ((ขอไม่ใช่คำว่า"บ้านนอก"นะ)) ที่เข้าอกเข้าใจ และมีชีวิตง่ายๆ

ฉากที่ฉันชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือฉากแม่ของพระเอกยืนพูดบนเวที ถึงแม้ว่าในเรื่องนี้เธอจะเป็นตัวประกอบ แต่เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอถ่ายทอดอารมณ์ของการสูญเสียได้อย่างน่ารักที่สุด

ในเรื่องเธอสูญเสียสามีที่รักกันมานาน ในวันที่เธอรู้ข่าว เธอได้แต่อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก แต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มจะทำทุกอย่าง((ที่สามีเธอเคยทำ))ด้วยตัวเอง ..เธอว่าเธอต้องหัดยิ้มให้เหมือนวันที่ยังมีเขาอยู่ เธอต้องหัดหัวเราะ เธอต้องหัดพูดเรื่องตลกๆ ทำอะไรสนุกๆ ให้เหมือนกับทุกวันที่เขายังมีลมหายใจอยู่ใกล้ๆเธอ

…คำว่า"หัด"ที่เธอใช้ สะท้อนใจฉันน่าดู

ในเวลาที่คนเราเสียอะไรไปสักอย่าง ในความรู้สึกมันคงไม่ใช่แค่อะไรสักอย่างแน่ๆ ..เธอ(ในเรื่อง)เสียสามีของเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ และเธอก็เสียทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม เรื่องขำขันในชีวิตไปพร้อมๆกับการจากไปของเขาด้วย ฉันว่ามันต้องใช้ทั้งความพยามยามและความเข้มแข็งมากๆนะ กว่าที่เราจะไปหารอยยิ้มกับเสียงหัวเราะนั้นกลับมาได้

 

วันนี้..ฉันชื่นชมทุกคนที่เจอเรื่องร้ายๆมาแต่ยังยิ้ม ยังหัวเราะออกนะ

 

หนังเรื่องนี้ทำฉันนอนสว่าง ราวๆตี3ได้ ด้วยเหตุนี้วันถัดมาที่วางแผนจะไปเที่ยวWatson Bayจึงล่มไปโดยปริยาย เพราะกว่าจะตื่นกันก็ปาเข้าไปจะเที่ยงล่ะ ((-*-)) ถ้าหากช่วงวันหยุดนี้ไม่มีอะไรทำเป็นพิเศษ ลองเอาหนังเรื่องนี้มาดูสิ ฉันว่าไม่เลว แต่ไม่ต้องดึกดื่นเหมือนฉันก็ได้นะ

April 5, 2007

24ชั่วโมง…?

Filed under: Diary by emotion

เวลาที่คนเราจะเริ่มเขียนอะไรสักอย่าง ฉันว่าสิ่งที่อยากที่สุดก็คือการเขียนคำนำเริ่มเรื่องนี่แหละ และในหลายๆครั้งคนเขียนก็จะงงๆกับตัวเองว่า "อ๊ะ ตกลงกรูจะเล่าเรื่องไร" เพราะเหมือนมีเรื่องเต็มหัวไปหมด จนลำดับออกมาไม่ถูกว่าจะเล่าอะไรก่อน อะไรหลัง

..ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นแบบนี้กันบ้างรึเปล่า แต่แน่ๆเลยคือ…ฉันเป็น

 

กับเรื่องเก่าๆ เพื่อนหลายๆคนพยายามปลอบใจฉัน .."อย่าไปคิดมาก" อืมม..ฉันไม่ได้คิดอะไรแล้วเหอะ ((ถ้าไม่โดนสะกิดแรงๆ))
และบางคนที่ใช้คำพูดในแง่ลบถึงอีกฝ่ายมาเป็นคำปลอบใจฉัน ..บอกเลย "ฉันไม่ปลื้ม" 

ฉันก็ยังจะยืนยันเหมือนในทุกๆครั้งว่า ..เขาไม่ได้เลวร้ายอะไร ..สำหรับฉัน เขาเป็นคนดี เป็นคนจิตใจดี เป็นคนน่ารัก เป็นคนเก่ง
จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังคิดแบบนี้ และรู้สึกแบบนี้ อ๊ะ อ๊ะ ..อย่าเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นคนแสนดีขนาดนั้น ฉันไม่ใช่หรอก โฮะๆ

ฉันว่าฉันมองเห็นบางสิ่งที่ชัดเจนกว่านั้นมากกว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แล้วให้ฉันเลือกใหม่ ฉันก็ยังจะเลือกอย่างเดิมอ่ะแหล่ะ ..สิ่งที่เป็นตัวตนของเขาที่ฉันได้สัมผัส ฉันไม่คิดว่าคนอื่นจะเข้าใจได้ดีกว่าฉัน..คนที่เคยสัมผัสเอง

ในสายตาคนอื่น เขาจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ในสายตาฉัน เขาก็เป็นเขาแบบที่ฉันเคยเห็นนั้นแหละ

 

หลังอุบัติเหตุจักรยานล้ม2ครั้ง ในเวลา2อาทิตย์ติดกัน ((อายไหมเนี่ย ไปบอกคนอื่นเขา)) ..อาการดีขึ้นล่ะ หุหุ เดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป จะแย่ตรงเดินนานๆแล้วจะมีอาการนี่แหละ ถึงจะยังวิ่งไม่ได้ ยังขี่จักรยานไม่ได้ ((ยังจะขี่ต่ออีกอ่ะ)) แต่ก็โอเค เอาชีวิตรอดได้..หายห่วง
จากที่หมอแนะนำให้หยุดขี่ ลดการใช้กำลังเส้นเอ็นขาขาวให้น้อยลงไป1เดือน ก็กลายมาเป็น2เดือนซะล่ะ ..ก็มันไม่หาย หมอจะให้ทำไงอ่ะค๊า..

 

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ชีวิตวุ่นวายมากๆ ที่หายหน้าหายตาไปก็อย่าได้แปลกใจ แค่ปั่นรายงาน อ่านหนังสือ ทำงานพิเศษ และไปเรียน เท่านั้นแหละ ..ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า ตกลงวันหนึ่งมี24ชั่วโมงจริงเปล่า….?

 

ส่วนอาทิตย์นี้ โดดงานหนึ่งวัน หนีเที่ยว.. ^^






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Hadley Wickham