Always head towards

March 30, 2007

White & Black

"White & Black" - "ขาวและดำ"

 

จริงๆฉันไม่ได้ถนัดถ่ายรูปแนวนี้หรอกนะ แค่ลองเปลี่ยนแนวดู มันได้"บรรยากาศ"ดีนะ ว่ามะ

เพื่อนฉันคนหนึ่งที่ชอบถ่ายภาพประเภทนี้ๆมาก เคยบอกฉันว่า "ภาพขาว-ดำมีมิติของมัน บางครั้งไม่ต้องมีคำบรรยายใต้ภาพก็ได้ คนดูก็เข้าใจอารมณ์ของภาพได้เอง" …อืมม ฉันไม่ค่อยเข้าใจเหอะ

ปกติฉันชอบภาพแนวSepiaมากกว่า มันดูเก่าๆ อบอุ่นมั่ง วังเวงมั่ง แล้วแต่มุมภาพจะพาไป แต่หลายๆคนที่ได้ดูรูปที่ฉันถ่าย ส่วนมากจะพูดว่าฉันถ่ายภาพออกมาได้"เหงามาก"

การถ่ายรูป สำหรับฉัน มันคงเป็นความสุขง่ายๆเล็กๆที่ฉันทำให้ตัวเองได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น ฉันถ่ายไปเรื่อยๆแล้วแต่เวลา-โอกาสจะมี ฉันยังหาแนวตัวเองไม่เจอหรอก แต่ก็ตั้งใจจะหัดถ่ายไปเรื่อยๆ

หลังโดนสะกิดแผลเมื่อวาน ไม่รู้อะไรทำให้ฉันลองถ่ายภาพ"ขาว-ดำ"ดู บางทีรูปของฉันคงบอกความรู้สึกของฉันได้ดีกว่าตัวฉันเองล่ะมั่ง

โลกกว้างในวันขาว-ดำ

"เวลาที่เราทุกข์ให้มองฟ้า เวลาที่เราสุขให้มองฟ้า" ..เป็นคติที่ฉันถือและเก็บไว้ในใจมาตลอด ฉันว่าท้องฟ้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด ก็คงเหมือนชีวิตคนเรานี่แหละ มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ยากที่จะเดา มันคงมีวันที่ฟ้ามืด แต่มันก็คงมีวันที่ฟ้าสว่าง

จากมุมๆหนึ่ง

ถนนสายยาว

บางทีก็คดเคี้ยว

Feel me?

เหงาไปไหม มุมนี้

ภาพข้างบน ทุกคนที่ฉันให้ดู พูดไม่ต่างกันเลยว่า "เหงาโคด" "วังเวง" "…" รูปนี้ฉันถ่ายที่มหาลัยฉันเอง มันเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆหลังตึกโรงอาหาร ที่ๆฉันชอบแอบมานั่งกินบรรยากาศคนเดียวบ่อยๆ ก็อย่างที่บอกไง ฉันชอบมองฟ้า ..ฉันคิดว่าอาจเพราะนี่เป็น"ฤดูใบไม้ล่วง"ภาพนี้เลยดูเหงาจับจิตจับใจ

มันมีความต่างและที่ว่าง

ฉันชอบภาพนี้เป็นการส่วนตัว มันดูมีความต่างดี อย่างที่เห็นต้นไม้สองต้นนี้เป็นต้นไม้คนล่ะพันธุ์กัน และมันมีช่องว่างขั้นตรงกลาง ..ฉันคงมองไม่ออกว่าถ้ามันอยู่ด้วยกัน มันจะเป็นภาพแบบไหนล่ะมั่ง

ปล.ภาพไม่ได้แจก อยากได้ก็บอกนะก๊ะ

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ..

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ:ธเนศ

อาจจะดูใจร้าย อาจจะเหมือนไม่แคร์ แต่ก็คงต้องบอกให้เธอไป อยากจะมีเหตุผล บอกเธอให้เข้าใจ แต่เธอก็คงไม่อยากจะรับฟัง ความเป็นจริงที่ปวดร้าว(ในใจฉัน)

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ว่าอะไรสำคัญไปกว่า"แค่"รักกัน อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน ถึงวันนั้นแล้วเธอจะเข้าใจ ที่ฉันต้องบอกเธอให้จากกันไป

เจ็บที่ใจเธอนั้น เมื่อเราต้องแยกทาง มันก็คงไม่ต่างจากใจฉัน แต่ว่าความปวดร้าว อาจจะไม่เท่ากัน เมื่อตัวของฉันต้องเอ่ยออกมาก่อน ยอมเป็นคนที่ใจร้าย ในวันนี้

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ว่าอะไรสำคัญไปกว่า"แค่"รักกัน อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน ถึงวันนั้นแล้วเธอจะเข้าใจ ที่ฉันต้องบอกเธอให้จากกันไป

มีเพียงคำว่ารักคำหนึ่ง เราคงไปไม่ถึงไม่ถึงดวงดาวได้ ความเป็นจริงความฝันเราห่าง ไม่เคยจะมีตรงกลาง ไม่เคยได้เข้าใจ อยู่กันไปก็เท่านั้น ..ยอมเป็นคนที่ใจร้าย ในวันนี้

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ว่าอะไรสำคัญไปกว่า"แค่"รักกัน อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน ถึงวันนั้นแล้วเธอจะเข้าใจ จะรู้ว่าเหตุใด อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ว่าอะไรสำคัญไปกว่า"แค่"รักกัน อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน ถึงวันนั้นแล้วเธอจะเข้าใจ จะรู้ว่าเหตุใด จะรู้และเข้าใจ คือเราจากกัน

 

 

…ฉันตั้งใจจะไม่อัพทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โชคร้ายไปหน่อยที่ฉันโดนสะกิดแผล..อย่างแรง สำหรับบางคน มันคงเป็น"แค่รักกัน" ถึงวันนี้แล้ว ก็คงต้องเข้าใจแล้วล่ะว่า ความรักของ"เขา"มันน้อยกว่าความรักของ"เรา"

…ขอบคุณนะน้อง ที่แกยังตรงไปตรงมาเสมอ "เขารักแกนะ แต่เขารักตัวเองมากกว่า แคร์สังคมตัวเองมากกว่า" ฉันรู้แล้วล่ะว่า"ความรักที่ฉันมีให้เขา…มันไม่พอ"

March 26, 2007

เขียนบอกตัวเอง

Filed under: Diary by emotion

"It’s no use crying over split milk."

เป็นประโยคที่ฉันอ่านเจอในText วิชาManagement ฉันเขียนมันขึ้นเอ็มราวๆอาทิตย์ก่อน โดยที่หลายๆคนตั้งคำถาม ว่ามันหมายถึงอะไร

ภาษาอังกฤษก็เหมือนภาษาไทยนี่แหละ ที่มีคำสำนวนเปรียบเปรย เปรียบสิ่งนั้นกับสิ่งนี้ไปเรื่อย ตามแต่จะคิดค้นคำขึ้นมาได้

ถ้าไม่โง่อิงค์เกินไป เข้าใจได้ง่ายๆเลยว่า "ไม่มีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว" หรือไม่ก็ลองคิดง่ายๆดูก็ได้ว่า ถ้านมหก แล้วเราร้องไห้ นมมันจะกลับมาอยู่ในขวดอย่างเดิมเหมือนตอนแรกไหม ((ถ้าไม่ใช่ซื้อขวดใหม่มา))

ฉันเขียนประโยคนี้บอกตัวเองเหอะ ไม่ได้จะบอกใครเลย นอกจากตัวเองที่เสียใจไม่เลิกสักที ..ฉันเขียนไว้เตือนตัวเอง ที่หลายๆช่วงของอารมณ์ ฉันยังเห็นภาพเก่าๆ ฉันยังรู้สึกถึงมันอยู่ ทั้งๆที่ฉันรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์แล้ว

March 24, 2007

เดอะ เดย์ ไอ แคน นอท วอล์ค

Filed under: Diary by emotion

The days I can NOT walk
เดอะ เดย์ ไอ แคน นอท วอล์ค

 

Something has happened…
บางสิ่งบางอย่างได้เกิดขึ้น…

I found out that it’s hurt…
ฉันค้นพบว่ามันเจ็บปวด…

There is some blood on my hands…
มือของฉันเปื้อนเลือด…

It’s my blood…
มันเป็นเลือดของฉัน…

I can not move…
ฉันขยับไม่ได้…

Thank god! To send someone help me…
ขอบตุณพระเจ้า ที่ส่งใครสักคนมาช่วยฉัน…

After all that, I went home by taxi…
หลังจากนั้น ฉันอาศัยแท็กซี่กลับบ้าน…

I cried, because it’s hurt…
ฉันร้องไห้ เพราะความเจ็บปวด…

and found that I started to unable to move…
และพบว่า ฉันเริ่มขยับตัวไม่ได้…

especially, my right leg…
โดยเฉพาะขาขวา…

Wish that the days that I can walk properly will be back soon.
หวังว่า วันที่ฉันจะกลับมาเดินได้อย่างปกติ คงจะมาถึงเร็วๆนี้.

March 23, 2007

ดัชนี..นิ้วชี้

Filed under: Diary by emotion

เฮียเคยบอกว่า "สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมเกิดขึ้นอีก" ขอบอกว่า"จริงสาดดดๆเลยค่ะเฮีย"

อาทิตย์ก่อนจักรยานล้มระหว่างทางลงเนินจากมหาลัยกลับบ้าน ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แผลเก่าเริ่มจาง ใกล้จะหาย

อาทิตย์นี้เอาอีก เมื่อเช้านี้เลย จักรยานล้มระหว่างทางลงเนินจากบ้านไปมหาลัย ย้ายจากที่เคยเจ็บหนักข้างซ้าย มาเจ็บข้างขวาแทน คราวนี้เป็นพื้นถนนเต็มๆ มีรถมาด้วย โชคดีแค่ไหนที่รถเบรกทัน โชคดีแค่ไหนที่มีคนผ่านมาช่วย…

ช่วงนี้รับอ่านข้อควาอย่างเดียว เพราะต้องใช้นิ้วชี้..จิ้มๆเอา -*-






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Hadley Wickham