ก็เพราะว่า…มันเป็นไปไม่ได้
..แค่อยากจะลองดูสักครั้ง เขียนด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี
Love Phobia.. หนังเกาหลี ที่ดูกี่ครั้ง ก็ทำให้น้ำตาไหลได้ง่ายๆ ((ไม่ได้อยากจะใช้เป็นข้ออ้าง แต่มันจำเป็น))
..
"Phobia หมายถึง ความหวาดกลัวที่ไร้เหตุผล หรือจะแปลว่าความกังวลชนิดจับจิตจับใจ" ก็ได้
..
..จะมีสักกี่ครั้งในชีวิต ที่จะได้เรียนรู้คำว่า "Pure Love"
เด็กชายโจคัง เรียนรู้ความหมายของคำๆนี้ แค่เพียงพบหน้าเด็กหญิงอารี ..เด็กหญิงท่าทางมั่นอกมั่นใจในชุดกันฝนสีเหลือง ทั้งๆที่มันเป็นฤดูใบไม้ล่วง เธอให้เหตุผลว่าเป็นการป้องกันการแผ่กระจายของเชื้อโรค และใครก็ตามที่แตะถูกร่างกายเธอ จะซวย!!

แน่นอนว่าเด็กชายโจคังหรือจะเชื่อ แต่กระนั้นเธอก็ไม่เคยให้เขาสัมผัสตัวเลย ..จนวันหนึ่งกิ้งก่า((หรือว่ากิ้งกือ ไม่รู้))เพื่อนสนิทของอารีหายไป โจคังเห็นมันโดดลงไปในบ่อโคลน เขาถึงโดดตามลงไปหามัน ฝนตก เขาเปียกไปทั้งตัว และแล้ว…เขาก็หามันไม่เจอ ฝนยังคงตก และตัวโจคังก็เปียกไปทั้งตัว อารีเลยแบ่งเสื้อกันฝนของเธอให้เขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสตัวเธอ
วันรุ่งขึ้นเขาป่วย อารีโทษว่าเป็นเพราะตัวเธอเอง และอารีก็หายตัวไป… หลายวันหลังจากนั้น ครอบครัวเขาต้องย้ายไปอยู่ที่กรุงโซล((เข้าใจว่าตอนนี้อยู่บ้านนอก)) เขาอยากเจออารี อยากเอากิ้งก่าไม้ไปให้เธอ ..ไม่พบ เขาได้แต่ฝากมันไว้ที่ลุงของเธอ

10ปีผ่านไป เขาได้รับการติดต่อจากเธออีกครั้ง และแน่นอนว่าโจคังคงไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ เขากลับไปที่บ้านเกิด และพบเธอที่นั้น โจคังถามอารีว่า อีก10ปีข้างหน้าชีวิตของเธอจะเป็นยังไง อารีบอกว่า เธอคงแต่งงานกับหนุ่มแบงค์ท่าทางหล่อเหลา โจคังรีบสวนว่า เขาไม่อยากเป็นหนุ่มแบงค์สักหน่อย อารีเลยตอกกลับไปว่า "คิดว่าตัวเองหล่อเหรอไง" ((ฮั่นแน่ กำลังแอบยิ้มอยู่ใช่ป่ะ)) และเธอก็บอกโจคังว่าเธอชอบกินซูชิ แล้วก็ฝันว่าจะได้กินมันด้วย โจคังบอกเธอว่า เขาเอียนซูชิจะแย่ เพราะพ่อเขาเปิดร้านซูชิที่โซล ..หนึ่งคืนก่อนที่โจคังต้องกลับไปที่โซล เขาโบกรถส่งผักเพื่อกลับไปที่โซล เพื่อเอาซูชิมาให้อารี

..((อ่านมาถึงตรงนี้ คงเดาได้ไม่ยากนะ)) อารีดีใจแค่ไหนที่เห็นซูชิเหมือนอย่างที่เธอฝัน โจคังดีใจมากมายที่เห็นเธอชอบ ..แต่แล้วเขาซะเองกลับเป็นหวัด แน่นอนว่าอารีเจ็บปวดไม่น้อย เพราะเธออีกแล้ว โจคังถึงไม่สบาย..เธอโทษตัวเอง และเธอก็หายไปอีก
ฉันดูมาถึงตรงนี้ ฉันคิดว่าจะมีสักกี่คนบนโลกที่มีความรักอย่างเช่นโจคังมี ส่วนอารี แม้เธอจะไม่เคยเอ่ย หรือแสดงออกใดๆ แต่ความชัดเจนกลับเห็นได้ชัดเวลาที่เธอมองโจคัง เห็นได้ในแววตาของเธอ ..น่าแปลกนะว่าไหม ขอแค่ได้เห็นการกระทำเท่านั้นเอง คำพูดก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
8ปีถัดมา โจคัง หนุ่มเมืองกรุง ทำงานในแบงค์แห่งหนึ่ง เขาดูดีทีเดียวเชียว((อันนี้ฉันชมเอง)) วันหนึ่งขณะทำงานอยู่ มีหญิงสาวเอาแก้วมาวางบนถาดที่โต๊ะทำงานเขา เขาแปลกใจ เงยหน้าขึ้นมอง ..อารี เธอทักเขาแล้วบอกเขาว่า อีกชั่วโมงเลิกงานใช่ไหม เธอจะไปนั่งรอตรงนั้นนะ โจคังได้แต่อึ้ง 8ปีที่ไม่ได้เจออารีเลย แต่วันนี้เธอกลับมายืนตรงหน้าเขา เขาแทบจะทำงานไม่ถูก เมื่อเห็นเธอลุกจากที่นั่ง เขาแทบจะลุกตามทีเดียว ..สุดท้ายเขาเลยแก้เชือกรองเท้าเขา เอาไปผูกไว้ที่ขาของเธอกับเก้าอี้ และบอกเธอว่า แค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
การกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบ8ปีน่าจะเป็นอะไรที่ดี แต่แล้วอารีกลับบอกโจคังว่า เธอจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ ..ในรอบ8ปี เขามีเวลาอยู่กับเธอแค่8ชั่วโมง แย่ชะมัด…กับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก และเธอก็จากเขาไปอีก
..
ความลับไม่มีในโลก..
..
วันหนึ่ง โจคังไปเยี่ยมเพื่อนของเขาที่โรงพยาบาล เขาช่วยเด็กชายตัวเล็กๆคนหนึ่งที่พยายามจะซื้อน้ำจากเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ ..แต่ทว่ามือข้างหนึ่งของเด็กชายคนนั้นกำลังกำเจ้ากิ้งก่าไม้อยู่ ..กิ้งก่าไม้ ((คุ้นๆมะ)) กิ้งก่าไม้รูปร่างอัปลักษณ์คงไม่ได้มีขายเกลื่อนถนนหรอกจริงมะ …อารี เธอต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ ..เขานึก
โจคังกลับไปที่บ้านเกิดของเขาอีกครั้งเพื่อค้นหาความจริงของอารี เขาไปพบลุงของอารีพร้อมกับน้ำมันหนึ่งถัง ต่อหน้าลุง(ที่เป็นพระ)ของอารี เขาเทน้ำมันทั่วตัวเอง พร้อมๆกับไฟแช็คในมือ

..
ความจริงถูกเปิดเผย..
..
วันหนึ่ง อารีในวัยเด็กนั่งรถไปกับพ่อ-แม่ เกิดอุบัติเหตุขึ้น รถที่อารีนั่งประสานงากับรถบรรทุกที่วิ่งส่วนมา พ่อ-แม่ของอารีเสียชีวิตคาที่ อารีถูกนำตัวเขาห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน อีกครั้ง..อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับชีวิตเธอ และมันก็ไม่สามารถแก้ไข้อะไรได้ ..ในขณะที่ผ่าตัด หมอถ่ายเลือดให้เธอ เลือดที่มีเชื้อเอดส์!!

..
..
โจคังรับรู้แล้ว รับรู้ถึงที่มาของเสื้อกันฝนสีเหลือง รับรู้ถึงเหตุผลมากมายที่อารีพยายามออกไปจากชีวิตเขา เขาไปหาเธอที่งานexhibitionของเธอ รูปภาพขาว-ดำมากมายประดับไว้ที่ผลัง ชวนให้คิดถึงอดีตเก่าๆมากมาย และในมุมหนึ่ง มีรูปของอารีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ข้างๆกัน มีกรอบรูปขนาดเท่ากัน พร้อมกับพื้นหลังสีขุ่นๆ แต่กลับเป็นกรอบรูปว่างเปล่า ไม่มีรูปใดๆให้เห็น
โจคังจ้องมองรูปอารี เสียงจากข้างหลังเขาดังขึ้นเหมือนปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ "คุณชอบเธอเหรอ"..อารีถาม ในมุมๆนั้นอารีพูดขึ้นว่า "You two look good together"

ประโยคที่ว่า "You two look good together" ทำฉันน้ำตาไหล เพราะครั้งหนึ่ง ฉันเคยได้ยินประโยคในทำนองเดียวกันนี้จากเพื่อนฉัน ในขณะที่ฉันยืนคู่กับใครคนหนึ่ง .."แกสองคนดูดีนะ เวลาที่อยู่ด้วยกัน"
สำหรับอารีแล้ว เรื่องของเธอกับโจคัง…ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ชีวิตของอารี ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องจากโจคังไป อารีจึงมักพูดเสมอว่าบนโลกแห่งนี้ ไม่ใช่ที่ของเธอ ..หลังจากที่ทั้งคู่ใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นด้วยกัน อารีหมดสติ เธอถูกนำส่งโรงพยาบาล
โจคังเข้าใจแล้วถึงคำว่าเส้นแบ่งที่อารีมักขีดขึ้นเสมอ เส้นที่บอกเขาว่า"ก็เพราะว่า..มันเป็นไปไม่ได้" ..สิ่งสุดท้ายที่เขาทำเพื่ออารี ก็คือวงแหวนสัญลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาว ที่อารีมักพูดถึง เธอมักจะบอกเขาว่าเธอเป็นมนุษย์ต่างดาว ที่วันหนึ่งเธอจะต้องกลับไปยังที่ๆเธอจากมา

ปาฏิหาร์..หรือไม่ อารีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอขอให้โจคังพาเธอไปดูวงแหวนที่เขาทำขึ้น และมันก็เป็นฉากจบ เป็นที่มาของคำว่า"I’m sorry. I love you."

Love Phobia อาจจะไม่ใช่หนังดีเลิศอะไร มันเป็นหนังรักเศร้าๆเรื่องหนึ่ง ดำเนินเรื่องไปอย่างเชื่องช้าในตอนต้น แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกในตอนท้าย เน้นย้ำถึงเส้นแบ่ง"ก็เพราะว่า…มันเป็นไปไม่ได้"เป็นอย่างดี
บางครั้ง ฉันนึกแปลกใจว่าทำไมเวลาคนเราคบกัน ถึงใช้เหตุผลเพียงข้อเดียว ..แต่เวลาเลิกกัน กลับมีเหตุผลตั้งมากมาย สำหรับฉัน ฉันไม่ได้รักใครสักคนง่ายๆ พอๆกับที่หาเหตุผลมาเพื่อเลิกรักใครสักคน..มันก็ไม่ง่ายเลยเช่นกัน ความรักของฉันไม่ได้เศร้าอะไรขนาดหนังหรอก หากแต่ว่ามันมีเส้นแบ่งที่เหมือนกัน เส้นแบ่งที่เรียกว่า"ก็เพราะว่า…มันเป็นไปไม่ได้"
ฉันไม่โทษใครหรอก ไม่โทษเขา เพราะเรื่องของเรา…ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ฉันจะไม่ถาม ไม่ค้นหาคำตอบของการที่เขาไปจากฉัน ฉันได้แต่หวังว่า สิ่งที่ฉันทำเพื่อเขาเมื่อวานนี้ คงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้าง ..เท่านั้นเอง อย่างน้อย ฉันก็ไม่อยากให้เขารู้สึกผิดที่ทิ้งฉัน ไม่ว่าจะด้วยเส้นที่ว่า หรืออะไรก็แล้วแต่
..แต่ฉันก็รู้ว่า "เวลา" จะทำให้ฉันดีขึ้นได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ว่าซะชวนให้อยากดู…
Comment by cadenzato — November 19, 2006 @ 1:57 am