เสียไป กับ ได้มา
เขาว่ากันว่า "In order to gain something, you’ll need to lose something" ฉันว่าจริงแท้ทีเดียว
…ฉันเสียโอกาสที่จะได้อยู่กับครอบครัว เพื่อเรียนรู้ว่าครอบครัวมีความหมายกับฉันมากเพียงใด
…ฉันเสียโอกาสได้สนุกกับเพื่อนๆที่เมืองไทย เพื่อเรียนรู้ว่าเพื่อนมีความหมายกับฉันยังไง
…ฉันเสียโอกาสได้เที่ยวสนุกเหมือนคนอื่นๆเขา เพื่อเรียนรู้ว่าคุณค่าของคนอยู่ที่การทำงาน
…ฉันเสียโอกาสทำตัวเป็นลูกแหง่ เพื่อเรียนรู้ว่าฉันสามารถยืนบนขาตัวเองได้
…ฉันเสียอะไรไปมากมาย แต่สิ่งที่ฉันได้ก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่ากันเท่าไหร่
แม่มักพูดเสมอว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่ส่งฉันมาเรียนไกลบ้านขนาดนี้ แม่ว่าฉันเปลี่ยนไปมาก จนแทบจะไม่เหลือฉันคนเดิมที่เอาแต่เล่นไปวันๆเลย ฉันไม่แน่ใจว่าที่แม่พูดจริงรึเปล่า แต่ฉันก็ยอมรับว่ามุมมองของฉันในบางเรื่องก็เปลี่ยนไป
เพื่อนของฉันคนหนึ่ง ค่อนข้างไม่ชอบฉันในแบบนี้เท่าไหร่ มันบอกว่าฉันดูเฉยเมย และนิ่งจนมันเดาไม่ถูกว่าฉันคิดอะไรอยู่ (เข้าใจว่าเมื่อก่อนฉันคงจะกระโดกกระเดกมาก - -") และบางครั้งฉันก็ดูเหมือนคนรักสันโดษ ที่พอใจจะไปไหนก็ไป ไม่ชวนมัน มันว่าฉันหนักเข้าๆ จนฉันก็เริ่มมาตั้งคำถามกับตัวเอง
การที่ฉันนิ่ง ไม่ได้แปลว่าฉันไม่รู้สึกอะไร การที่ฉันแสดงออกว่าเฉยเมย ก็ไม่ได้แปลว่าฉันไม่สนใจ (หรือบางทีอาจจะไม่สนใจจริงๆ) ฉันชินกับการที่จะต้องทำอะไรคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ..เพราะชีวิตต่างแดนมันสอนฉันแบบนั้น ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะเข้าใจฉันรึเปล่า แต่นี่คือสิ่งที่ฉันเป็น เมื่อในช่วง4-5ปีที่ผ่านมา ในแต่ล่ะปี ฉันใช้ชีวิตที่ต่างแดน11เดือน ใช้ชีวิตที่เมืองไทยแค่เดือนเดียว แล้วจะเอาอะไรกับฉันมากมาย
พี่คนหนึ่งเคยเตือนฉันว่า อย่าเอาวัฒนธรรมฝรั่งกลับไป แต่ก็บอกฉันด้วยว่าควรจะเปิดใจให้กว้างเมื่อออกไปเผชิญโลกใหม่ ..อืม ฉันว่าฉันก็ไม่ได้เอาวัฒนธรรมฝรั่งกับไปสักกะหน่อยหนึ่ง
..หว่า บ่นอะไรเนี่ยยาวเยียด
"เสียไป กับ ได้มา" วัดไม่ได้ด้วยตัวเลย เช่น บวก ลบ คูณ หาร ไม่ได้มีเครื่องหมายเท่ากับ(=) บ่งบอกว่าอะไรเท่ากับอะไร
